ขนมเกลือ

สมัยก่อนชาวพื้นเมืองต้องทำขนมให้ลูกหลานได้รับประทานเป็นอาหารว่าง ไม่มีขนมสำเร็จรูปขายเหมือนปัจจุบัน ขนมพื้นเมืองเหนืออย่างหนึ่งที่รสชาดอร่อย หวาน เค็ม มัน แถมยังอิ่มท้องด้วย ชื่อว่า “ขนมเกลือ” สมัยนี้หาทานได้ยากมาก คุณยายน้อยคนนักที่จะทำขาย คนรุ่นใหม่ควรอนุรักษ์ไว้

ขนมเกลือ

ขนมเกลือ มีสองรส คือ หวาน กับ เค็ม แล้วแต่ว่าใครชอบรสชาดไหน ราคาขายสมัยก่อน (20 กว่าปีที่แล้ว) ชิ้นละ 1 บาท สมัยปัจจุบัน (ปี 2561) ราคา 5 บาท ต่อ 3 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นขนมพื้นเมืองที่ราคาไม่สูง รับประทานได้ทุกวัย เพราะทำจากแป้งข้าวจ้าวและเนื้อแป้งมีความนุ่ม

ส่วนผสม
แป้งข้าวจ้าว
เกลือ
กะทิ
ใบตองสำหรับห่อ (เพื่อนึ่ง)

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งผสมเกลือ ใส่กะทิ คนให้เข้ากัน
2. ต้มส่วนผสมในหม้อใช้ไฟอ่อน ให้พอข้น ไม่สุกมาก
3. ฉีกใบตองเตรียมห่อขนม ตักแป้งที่ต้มแล้วใส่เพื่อห่อ
4. ห่อเสร็จแล้วนำไปนึ่งประมาณ 15 – 20 นาที พอสุกนำไปรับประทานได้

นิยมทำไว้รับประทานในครอบครัวหรือทำบุญถวายพระ

เชียงใหม่ในปัจจุบัน

ผมเกิดและใช้ชีวิตในเชียงใหม่มากว่า 40 ปี เรียน ทำงาน และสร้างครอบครัวที่นี่ ไม่เคยใช้ชีวิตที่ไหนเลยนอกจากไปทำธุระหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดปีละ 3-5 วัน เชียงใหม่ในอดีตกับปัจจุบัน ย่อมมีความแตกต่างกันซึ่งเป็นเรื่องปกติที่กาลเวลาเปลี่ยนไปอะไรๆก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม

จำความได้ว่าเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ผมนั่งรถแดง (รถสองแถวในเมืองเชียงใหม่) ในราคา 2-3 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ขั้นต่ำ 20 บาท ผมเคยทานขนมจีนน้ำเงี้ยว จานละ 1 บาท พิเศษ 2 บาท และผมทานก๋วยเตี๋ยวในราคาชามละ 5 บาท ปัจจุบันขนมจีนน้ำเงี้ยวราคาขั้นต่ำจานละ 20 บาท ซึ่งหาราคานี้ได้ค่อนข้างยาก ส่วนมากก็จะราคา 25 บาทขึ้นไป ส่วนก๋วยเตี๋ยวนั้นแน่นอนว่าเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ชามละ 35 บาทขึ้นไป เป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลา

สภาพจราจรเชียงใหม่

ประมาณ 4 ปีทีแล้ว (พ.ศ. 2557) เชียงใหม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นกว่า 3 แห่งด้วยกัน สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชาวเชียงใหม่ คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม ต่างเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ตึกแถว อาคารพาณิชย์ถูกสร้างขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตชานเมือง อาจเป็นเพราะความเจริญส่งผลให้ประชาชนต้องขยับขยายที่อยู่จากในเมืองออกมาชานเมือง ร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ทต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในย่านชุมชนชานเมือง แม่ค้าตลาดสดต่างต้องปรับตัวรับมือ

สภาพการจราจรก็เช่นกัน ประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว (ประมาณพ.ศ. 2540) คำว่า “รถติด” ในเชียงใหม่ยังไม่เกิดขึ้น เห็นแต่ในโทรทัศน์ว่ากรุงเทพฯรถติด แต่สมัยนั้นยังนึกภาพไม่ออกว่ารถติดในเชียงใหม่เป็นอย่างไร เราสามารถขับรถจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ของตัวเมือง ตะวันตกไปยังทิศตะวันออกของตัวเมืองได้อย่างสบายๆทุกช่วงเวลา ช่วงเวลาเร่งด่วนกับช่วงเวลาปกติสภาพการจราจรไม่แตกต่างกันมากนัก

ปัจจุบัน ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า 06.45 น. – 08.30 น. และตอนเย็นเวลา 16.30 – 19.00 น. สภาพการจราจรจะติดขัดมากถึงมากที่สุดทั้งในตัวเมืองและชานเมือง โดยเฉพาะช่วงการเปิดภาคเรียน นักเรียน/นักศึกษาที่พักอยู่ต่างอำเภอหรือชานเมืองจะต้องนั่งรถประจำ เช่นรถตู้หรือรถสองแถวเข้า-ออกเมืองเป็นจำนวนมากรวมถึงคนทำงานที่ต้องมาส่งลูกหลานไปโรงเรียนก่อนไปทำงานและคนทำงานที่ต้องไปถึงที่ทำงานก่อนเเวลา 8.00 น. ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถ SUV รถกระบะ รถตู้ หรือแม้กระทั่งรถ 6 ล้อ 10 ล้อ ต่างต้องใช้เส้นทางร่วมกัน เราต้องเผื่อเวลาไว้กับแยกการจราจรแต่ละที่เพราะต้องรอไฟเขียวนานมากเนื่องจากปริมาณรถที่คับคั่ง

นักท่องเที่ยวควรรับทราบข้อมูลไว้ เพื่อการวางแผนการเดินทางที่ดี มาเที่ยวเชียงใหม่จะได้มีแต่ความประทับใจกลับไป