:: กระดานสนทนา
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
 
 
ผู้ออนไลน์ : 5 บุคคลทั่วไป, 0 สมาชิก
:: เกี่ยวกับเชียงใหม่
ข้อมูลทั่วไป
ความเป็นมาของเชียงใหม่
เทศกาลและงานประเพณี
หัตถกรรมเมืองเชียงใหม่
วัด/โบราณสถาน
วัดในพระพุทธศาสนา
ดอยอ่างขาง
แผนที่เชียงใหม่
แนะนำอาหารล้านนา
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ที่พักในอำเภอต่างๆ
สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอต่างๆ
ผักพื้นบ้านล้านนา
ราชพฤกษ์ 2549
ภาพงานราชพฤกษ์ 2549
มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ
ยี่เป็งเชียงใหม่
:: ข้อมูลที่น่าสนใจ
:: เคล็ดลับน่ารู้
  :: Link ที่น่าสนใจ
 
ข้าวซอยจันทร์ตรา

สีสันของเชียงใหม่...
คนเมือง เป็นชนกลุ่มใหญ่ของเชียงใหม่สืบเชื้อสายมาจากกลุ่มตระกูลไทซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม ทั้งไทลื้อ ไทยวน ไทใหญ่ ไทเขิน จัดอยู่ในกลุ่มคนล้านนา เรียกตัวเองว่า "คนเมือง" ชนกลุ่มนี้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ราบระหว่างหุบเขา ใช้ภาษาถิ่นที่เรียกว่า "คำเมือง" แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใช้ภาษากลางกันเกือบหมดแล้ว
ลัวะ ในตำนานหลายตำนานกล่าวว่า ลัวะคือกลุ่มชนพื้นเมืองซึ่งเคยอาศัยอยู่ในบริเวณเชิงดอยสุเทพมาก่อน มีหลักฐานทางประะเพณีปฏิบัติหลายอย่างที่บืนยันคำกล่าวนี้ เช่น การทำพิธีต่างๆมักใช้ชาวลัวะเป็ฯผู้เริ่มพิธี ปัจจุบันชาวลัวะยังคงกระจายอยู่ทั่วเมือง ทั้งชาวลัวะ ที่ผสมผสานกลายเป็นคนเมืองไปแล้ว และชาวลัวะที่ยังดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมบนดอยสูงซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มชาวเขา
ชาวเขาเผ่าต่างๆ เป็นชนกลุ่มน้อยผู้เป็นสีสันสดใสที่สุดของเชียงใหม่ มีหลายเผ่า ได้แก่ กระเหรี่ยง ม้ง ลีซอ ลัวะ มูเซอ ปะหล่อง แต่ละเผ่าต่างมีประพณีวัฒนธรรมที่น่าสนใจและนั่นก็ทำให้แหล่งอาศัยของพวกเขากลายเป็นจุดท่องที่ยวไปด้วย
[ สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอต่างๆ  |  วัดในพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ]
แอ่วรอบเวียงเชียงใหม่...
คำว่า "เวียง" เป็นคำที่ชาวเชียงใหม่ใช้เรียก "เมือง" นั่นเอง และความหมายก็คือเขตสีเหลี่ยมคูเมืองเก่าในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงร่องรอยของเมืองเชียงใหม่ เขตสี่เหลี่ยมที่มีคูเมืองล้อมรอบและมีประตูเมืองจำนวน 5 ประตูด้วยกัน ประตูแรกมีชื่อว่าประตูช้างเผือก เป็นชื่อเรียกตามชื่อของอนุสาวรีย์ช้างเผือกที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประตูนี้ ประตูที่สองชื่อประตูท่าแพ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นลานโล่ง เรียบ สำหรับจัดงานพิธีสำคัญๆในรอบปี ประตูที่สามชื่อประตูเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับประตูที่สี่ คือประตูแสนปุง ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิม แต่คนในท้องถิ่นยังคงใช้ชื่อประตูสวนปรุงตามชื่อของโรงพยาบาล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่เดิมชาวเมืองจะใช้เป็นประตูสำหรับเคลื่อนศพออกจากเมืองไปยังสุสานนอกเมือง ประตูสุดท้ายชื่อประตูสวนดอก เป็นเส้นทางไปยังวัดสวนดอก ไม่เฉพาะประตูเมืองเท่านั้นที่มีชื่อเรียกขานต่างๆกันไป ตามมุมเมืองทั้ง 4 มุม ก็มีชื่อเรียกต่างๆกันไปได้แก่ แจ่งศรีภูมิ (แจ่ง คือ ภาษาที่คนภาคเหนือใช้ ในที่นี้หมายถึงมุมเมือง) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งเมืองเชียงใหม่ เรียกว่าเป็นศรีของเมือง มุมเมืองที่สองชื่อ แจ่งขะต๊ำ (ขะต๊ำ เป็นเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่งแต่เดิมชาวบ้านจะใช้ดักปลาบริเวณนี้กัน จึงเรียกตามชื่อเครื่องดักสัตว์ชนิดนี้) มุมเมืองที่สามชื่อ แจ่งกู่เรือง กู่เรือง เป็นชื่อของที่บรรจุอัฐิของหมื่นเรือง (หมื่น = ตำแหน่งทางทหาร เรือง = ชื่อคน) ซึ่งอยู่ ณ บริเวณมุมเมืองนี้ มุมเมืองที่สี่ชื่อ แจ่งหัวลิน คำว่า หัวลิน หมายถึงจุดเริ่มต้นการรับน้ำด้วยการผ่านรางน้ำที่เรียกว่า "ลิน" แต่เดิมจะมีรางรับน้ำจากห้วยแก้ว นำน้ำเข้ามาใช้ในเมืองอยู่ ณ มุมนี้ ทุกๆมุมเมืองจะยังคงปรากฏโบราณสถานของป้อมทั้ง 4 ด้าน ตั้งอยู่ซึ่งในสมัยที่เมืองต่างๆ ยังคงสู้รบกันนั้น ป้อมเหล่านี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ใช้ในการป้องกันเมืองจากข้าศึกศัตรู
จุดที่อาจเรียกได้ว่าเป็นใจกลางของเมืองจะมีหอพญามังราย ตั้งอยู่ตรงสี่แยกถนนพระปกเกล้าตัดกับถนนราชดำเนิน (เรียกว่าสี่แยกกลางเวียง) เป็นจุดที่มีอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นแด่พญามังราย ซึ่งต้องอสุนีบาตสวรรคต ณ บริเวณนี้ ถัดจากหอพญามังรายไปทางทิศเหนือตามถนนพระปกเกล้าเล็กน้อย จะพบอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จะพบว่าองค์กลางคือ พญามังราย องค์ขวาคือ พญาร่วง องค์ซ้ายคือ พญางำเมือง นอกจากนี้ภายในเขตสี่เหลี่ยมคูเมืองยังมีวัดวาอารามต่างๆอยู่เป็นจำนวนถึง 36 วัดด้วยกัน หลายคนมักสงสัยว่าทำไมเมืองเชียงใหม่จึงมีวัดวาอารามอยู่จำนวนมากมาย เหตูก็เพราะเมืองเชียงใหม่ในอดีตเคยมีความรุ่งเรืองของพุทธศาสสนามาก่อน จนถึงกับมีการทำพิธีอัฏฐมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลกขึ้น ณ วัดเจ็ดยอด (โพธาราม) ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่มีความผูกพันกับพุทธศาสนามานานแล้วและนิยมสร้างวัดกัแต่เดิมมา จึงพบว่ามีวัดอยู่ในตัวเมืองมากมาย สืบทอดมาจนปัจจุบันนี้
หากนักท่องเที่ยวให้ความสังเกตกับสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนในเขตสี่เหลี่ยมคูเมืองเก่านี้ ก็จะพบว่าอาคารในเขตนี้จะบังคับความสูงไว้ไม่เกิน 12 เมตร และจะพบสัญลักษณ์ "กาแล" ซึ่งเป็นป้านลม ที่ปรากฏบนอาคารต่างๆอันจะคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมล้านนาไว้ (คำว่า "กาแล" มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า กระหลัด แปลว่า ไขว้) ให้อยู่คู่เชียงใหม่ตลอดไป
[ สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอต่างๆ  |  วัดในพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ]
ระเบียบในการแสดงความคิดเห็น
1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ และไม่กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้จัดทำเว็บไซท์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. เว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลใดๆ
 

ความคิดเห็นที่ 7 [ no.3522 ]
ง่อมขนาดจาดใค่ปิ๊กไปหาอี่ป่อแต๊ว่า I Love
จาก : ละอ่อนเชียงใหม่
July 11, 2007, 11:29 am [ IP : ]

ความคิดเห็นที่ 6 [ no.2788 ]
เจ๋งสุดๆ
จาก : คนกันเอง
June 9, 2007, 11:17 am [ IP : ]

ความคิดเห็นที่ 5 [ no.2337 ]
ถ้ามีโอกาศอย่ากจะไปเที่ยงจังเลยนะโดยเฉพราะที่ ป่าบงงาม
จาก : วีรภาพ เจริญพร
May 1, 2007, 10:10 pm [ IP : ]

ความคิดเห็นที่ 4 [ no.1604 ]
เที่ยวเชียงใหม่ดีที่สุดแย้วคะ
จาก : nekojumg@hotmail.com
January 14, 2007, 6:36 pm [ IP : ]

ความคิดเห็นที่ 3 [ no.1557 ]
ชอบเชียงใหม่มากค่ะถ้ามีโอกาศก็จะไปเที่ยวขอบคุณสำหรับภาพสวยๆและความรู้ต่างๆที่เอาไว้ให้คววามรู้แก่ผู้ที่ไม่เคยได้ไป ขอบคุณนะค่ะ
จาก : tukkatik_4@hotmail.com
January 4, 2007, 12:49 pm [ IP : ]

| 1 | 2 |

แสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ หรือ E-mail :  *
ความคิดเห็น :  *
 
 
ติดต่อโฆษณา
:: ข่าวสาร Lannafood.com
ชื่อเล่น:  
ข้อความ:
:: ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว
 ค้นหา
 ค้นหา
:: อาหารยอดนิยม
ไส้อั่ว
ไส้อั่ว
จำนวนโหวต 266 ครั้ง
ร่วมโหวดอาหาร
:: สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ดอยอ่างขาง
ดอยอ่างขาง
จำนวนโหวต 340 ครั้ง
ร่วมโหวดสถานที่ท่องเที่ยว
:: แนะนำอาหารล้านนา
 
 
Google
www www.lannafood.com
  
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0507314711318