
ปัจจุบัน "เชียงใหม่" จัดได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เป็นศูนย์รวมทั้งภาคธุรกิจ การศึกษา หรือหน่วยงานราชการใหญ่ๆ แต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คงจะเป็นศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมเมืองเหนือ หากใครมาเที่ยวเชียงใหม่จะสังเกตเห็นว่ามีบริการทำเที่ยวอยู่แทบทุกมุมเมือง ไม่ว่าจะเป็นรถสองแถวหรือรถตู้ มีให้เลือกใช้บริการกันอย่างมากมาย

ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแต่ละปีของเชียงใหม่เห็นจะมีอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงสงกรานต์ในเดือนเมษายน และช่วงสิ้นปีตั้งแต่ พฤศจิกายน - มกราคม ซึ่งช่วงใกล้สิ้นปีนี้จะมีผู้คนจากทุกสารทิศขึ้นมาเที่ยวเมืองเหนือกัน ต่างก็อยากมาสัมผัสความหนาวเย็นจากธรรมชาติ เช่น "
ดอยอินทนนท์" สถานที่ที่หลายคนอยากขึ้นไปพิชิตความเหน็บหนาว ซึ่งทุกปีๆจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักค้างแรมดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากันอย่างมากมาย ซึ่งจะสวยงามมากเมื่อแสงอาทิตย์กระทบไอหมอก

ถนนหลายสายทั้งในตัวเมืองและต่างอำเภอได้ถูกขยายปรับปรุงจนเกือบสมบูรณ์แล้ว เปลี่ยนไปจากปีก่อน รองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น รถวิ่งได้คล่องตัวขึ้น ที่พักก็เช่นกัน มีโรงแรมและที่พักเกิดขึ้นอย่างมากมาย คาดว่าปลายปี 48 นี้ เชียงใหม่คงคึกคักขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างแน่นอน

มาเที่ยวเชียงใหม่คงไม่พลาดที่จะชิมอาหารท้องถิ่น "
อาหารล้านนา" ที่แสนอร่อย ซึ่งบางชนิดก็สืบทอดมาจากอาณาจักรใกล้เคียงในอดีต เช่น ข้าวซอย แกงฮังเล บางชนิดก็เป็นอาหารที่ถูกทำขึ้นอย่างง่ายๆจากพืชพันธุ์ในท้องถิ่น แต่กลับกลายเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อ และเป็นของฝากจากเชียงใหม เช่น "
น้ำพริกหนุ่ม" ปัจจุบันอาหารล้านนา ได้ประยุกต์นำมาจัดต้อนรับ รับรอง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกว่า "
ขันโตกดินเนอร์" เป็นการนั่งรับประทานแบบชาวล้านนา(นั่งกับพื้น) โดยมีเบาะรองนั่งให้นั่งแบบสบาย อาหารถูกจัดวางบนภาชนะที่เรียกว่า "
ขันโตก" ระหว่าง รับประทาน จะมีการแสดงศิลปะล้านนาให้ชมไปด้วย เช่น ฟ้อนเล็บ รำดาบ ฯลฯ นอกจากจะอิ่มอร่อยแบบล้านนาแล้ว ยังได้ชมการแสดงที่ ควรค่าแก่การอนุรักษ์อีกด้วย